xs
xsm
sm
md
lg

รบ.จ่อเก็บภาษีเทรดทอง แก้ปัญหาฟอกเงินทุนเทา ปัดรีดรายได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"เอกนิติ" เผยกำลังศึกษา 'เก็บภาษีเทรดทอง' แก้ปัญหาฟอกเงินทุนเทา มั่นใจไม่กระทบตลาดซื้อขายทองคำ เพราะเก็บไม่มาก และมีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบธุรกรรมเป็นหลัก เตรียมนัดถก ส.ค้าทอง เร็วๆ นี้ ขณะที่ "อนุทิน" พร้อมงัด 3 มาตรการสกัดเงินเทา สั่งคลังเร่งศึกษาเก็บภาษีเทรดทองคำออนไลน์ พร้อมแก้เกณฑ์รายงานธุรกรรมทองคำจริงให้ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
.
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาแนวทางการจัดเก็บ "ภาษีจากการซื้อขายทองคำ" (Transaction Tax) เพื่อปิดช่องโหว่และป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนสีเทา หรือมิจฉาชีพ ใช้การซื้อขายทองคำเป็นช่องทางฟอกเงิน
.
ทั้งนี้ เน้นย้ำว่าการพิจารณาจัดเก็บภาษีในครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อต้องการหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ให้แก่รัฐบาล แต่จุดประสงค์หลักคือการเข้าถึงข้อมูลการทำธุรกรรม (Transaction) เพื่อปราบปรามกลุ่มทุนสีเทาอย่างจริงจัง เนื่องจากในปัจจุบันภาครัฐยังขาดข้อมูลที่ชัดเจนว่าการซื้อขายทองคำในตลาดนั้นมีใครเป็นผู้ทำธุรกรรมบ้าง
.
“จุดประสงค์เราไม่ต้องการหารายได้ แต่เราต้องการทราบ transaction เพราะว่าเราต้องการปราบทุนเทาอย่างจริงจัง วันนี้เราไม่มีใครรู้เท่าไหร่ว่าทองคำเนี่ยใครซื้อขายอย่างไรบ้าง” นายเอกนิติ กล่าว

โดยก่อนหน้านี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ 3 มาตรการหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามเส้นทางการเงินและป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน.โดยการประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมาคมธนาคารไทย ตลอดจนหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง.

นายอนุทิน ระบุว่า ในระยะที่ 1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรมให้ครบถ้วน และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบ Data Hub และ Central Fraud Registry (CFR) เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางธุรกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น.อย่างไรก็ดี ยังพบข้อจำกัดในสินทรัพย์บางประเภทที่ไม่ใช่เงินสด และยังมีช่องว่างด้านการกำกับดูแล จึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรการเพิ่มเติมในระยะต่อไป.สำหรับ 3 มาตรการสำคัญที่มอบหมายให้ดำเนินการ ประกอบด้วย.

1. ทบทวนเกณฑ์รายงานธุรกรรมซื้อขายทองคำจริงโดยมอบหมายให้ปปง. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำจริง ในฐานะหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันการฟอกเงินของผู้ประกอบการค้าทองคำ.พร้อมให้ ปปง. พิจารณายกระดับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงการทบทวนปรับลดวงเงินการรายงานธุรกรรมทองคำ จากเดิมที่กำหนดไว้ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยอาจพิจารณาใช้รูปแบบขั้นบันได (Step-based Threshold).

2. ศึกษาเก็บภาษีซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ให้พิจารณาปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อกำหนดให้การซื้อขายทองคำที่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด.พร้อมมอบหมายให้กรมสรรพากรพิจารณากำหนดให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์จัดทำบัญชีพิเศษ และนำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำให้กรมสรรพากร รวมถึงให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับธุรกิจซื้อขายทองคำร่วมกับธปท..

3. ติดตามธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลนายกฯ ยังมอบหมายให้ ก.ล.ต. พิจารณากำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกรายต้องปฏิบัติตามหลักการ Travel Rule เพื่อยกระดับการจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล .ทั้งนี้ Travel Rule คือกฎหมายป้องกันการฟอกเงินสำหรับสกุลเงินดิจิทัลทุกประเภท ภายใต้การกำกับของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force: FATF).โดยให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลการโอนระหว่างกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Wallet) ที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของตนเอง เพื่อให้สามารถตรวจสอบตัวตนของผู้โอนและผู้รับโอนได้อย่างครบถ้วน และเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวเข้ากับระบบติดตามเส้นทางการเงิน.

นอกจากนี้ อนุทินยังระบุด้วยว่าเป้าหมายสุดท้าย คือการจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมทางการเงินให้ครบถ้วน มีคุณภาพ และปลอดภัย ก่อนนำมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการติดตามพฤติกรรมและเส้นทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ทันท่วงที และสามารถนำไปใช้ในการจัดกลุ่มความเสี่ยง (Risk Profiling) และกำหนดวงเงินธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงได้